escenagodoff.com

รวมเกมเดิมพันออนไลน์สุดมันส์

เปิดรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกรอบสุดท้ายในการเป็นเจ้าของรายต่อไปของเชลซี พร้อมเผย ขั้นตอนการพิจารณาขั้นต่อไป

สรุปรายชื่อ 4 ผู้เข้าชิง ที่จะได้มาเป็นเจ้าของคนใหม่ของสโมสรเชลซี กลุ่มทุนใดที่เป็นตัวเต็ง พร้อมเปิดเผยขั้นตอนการพิจารณาผู้ที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเชลซีต่อไป

เมท ลอว์ตัน นักข่าวของ เดอะ ไทม์ ออกมาพูดถึงการเทคโอเวอร์สโมสรเชลซีในครั้งนี้ว่า กระบวนการการพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาเป็นเจ้าของคนใหม่อย่างเป็นทางการนั้น น่าจะเสร็จสิ้นภายในช่วงปลายเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ส่วนกลุ่มที่ได้ผ่านเข้ารอบเพื่อพิจารณาในขั้นตอนต่อไป มีอยู่ 4 กลุ่ม โดยจำนวนเงินที่ได้ยื่นเสนอซื้ออยู่ที่ 2,500 -2,700 ล้านปอนด์ โดยกลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกในรอบสุดท้ายนี้จะได้พูดคุยกับทางผู้บริหารของทางสโมสรเชลซี ไม่ว่าจะเป็น โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีม ,กาย ลอแรน ซีอีโอของเชลซี รวมถึง มาริน่า กรานอฟสกายา ผู้บริหารของเชลซี ด้วย

ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบในขั้นสุดท้าย จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดย มาริน่า กรานอฟสกายา , รูท บัค ,ยูจินี เทเนนบัม ร่วมกับ ธนาคาร เรน  หลังจากนั้นจะเลือก เพียง 1 รายชื่อ และส่งต่อไปยังรัฐบาลอังกฤษเพื่อทำการอนุมัติ

ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาที่ทาง เมท ลอว์ตัน ได้ออกมารายงาน จะแตกต่างกับทาง สื่ออื่นๆ โดยสื่ออื่น ได้เสนอว่า ขั้นตอนการพิจารณาเมื่อมาถึงขั้นตอนการคัดเลือกเหลือเพียง 4 รายชื่อ จะถูกส่งไปให้ทางรัฐบาลอังกฤษพิจารณาอนุมัติ แล้วหลังจากนั้นจะส่งกลับมาที่สโมสรเชลซีอีกครั้งเพื่อทำการเลือกให้เหลือเพียง 1 รายชื่อ

นอกจากนี้ ทาง เมท ลอว์ตัน ยังได้บอกต่อด้วยว่า ผู้ชนะการคัดเลือกจะได้รับอนุญาตในการเทคโอเวอร์สโมสรในทันที โดยรายชื่อกลุ่มที่เป็นตัวเต็งนั้น คือ กลุ่มโบห์ลี เนื่องจากกลุ่มทุนดังกล่าวมีความสามารถที่หลากหลาย รวมถึงทุนการเงินเพิ่มเติมจาก บริษัท เคียเรค แคปปิตอล จะทำให้กลุ่มทุนโบห์ลี มีมูลค่ารวมกันถึง 60,000 ล้านปอนด์

โดยรายชื่อ 4 ผู้เข้ารอบคัดเลือกในรอบสุดท้ายนี้คือ

– กลุ่มทอดด์ โบห์ลี มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เจ้าของทีมเบสบอล แอลเอ ดอดเจอร์ส ร่วมกับ โจนาธาน โกลด์สตีน มหาเศรษฐีอังกฤษ และฮันส์ยอร์ก วิสส์ มหาเศรษฐีชาวสวิตเซอร์แลนด์ โดยก่อนหน้านี้กลุ่มทุนดังกล่าวมีความต้องการที่จะลงทุนกับเชลซีมาโดยตลอด แต่พวกเขาไม่ได้รับการตอบรับจากทาง โรมัน อับราโมวิช

– กลุ่มเซอร์มาร์ติน บรอตัน เขาเป็นแฟนเชลซีตัวยง อดีตประธานสโมสรลิเวอร์พูล ที่ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลลิเวอร์พูลว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูลจนถึงตอนนี้ ร่วมกับ ลอร์ด เซบาสเตียนโค อดีตผู้อำนวยการโอลิมปิกลอนดอน 2012

– กลุ่มครอบครัวริกเก็ตส์ เจ้าของทีมเบสบอลจากสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ชิคาโก คับส์

– กลุ่มสเตฟเฟน ปายูก้า นักธุรกิจชาวอเมริกัน โดยบริษัทของเขามีเงินลงทุนถึง 117,000 ล้านปอนด์ เขาเป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอลบอสตัน เซลติก และเขาเป็นหุ้นส่วนทีมฟุตบอล อตาลันต้า ในประเทศอิตาลี อยู่ 55 เปอร์เซ็นต์ และเป็นประธานกลุ่มบริษัทไพรเวต อิควิตี้

นอกจากนี้ทาง เมท ลอว์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการขายสโมสรในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะนำไปบริจาคให้กับเหยื่อสงครามในประเทศยูเครน โดยเงินดังกล่าวอาจจะไม่ถึงมือของ เสี่ยหมี โรมัน อับราโมวิช เลย

และ เมท ลอว์ ยังตั้งข้อสงสัยว่า หากว่ามีความต้องการที่จะขายสโมสรโดยเร็ว เพื่อที่ป้องกันไม่ให้การเงินของมีปัญหา แต่ด้วยเหตุใดรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบมา มีข้อบกพร่องอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น อย่างในรายของ เซอร์มาติน บรอตัน เงินทุนหลักของกลุ่มมาจาก 2 มหาเศรษฐี คือ จอช แฮร์ริช และ เดวิด บลิตเซอร์ ซึ่งทั้งสองรายมีหุ้นส่วนอยู่ในทีม คริสตัล พาเลซ  ทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเหตุผลนี้อาจจะทำให้ไม่ผ่านกฎของพรีเมียร์ลีก เนื่องจากมีข้อห้ามไม่ให้บุคคลคนหนึ่งเป็นเจ้าของทีมในอังกฤษเกินกว่าหนึ่งทีม ซึ่งเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ กลุ่มทุนซาอุมีเดีย ไม่ผ่านการคัดเลือก

ส่วนในรายของ สเตฟเฟน ปายูก้า มีหลายฝ่ายมองว่า กลุ่มทุนรายนี้อาจจะทำผิดกฎของยูฟ่า เนื่องจาก ปายูก้า เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสร อตาลันต้า ซึ่งตามกฎของยูฟ่า จะไม่ให้สโมสรที่มีเจ้าของเดียวกัน ลงแข่งในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกพร้อมกัน

กลุ่มครอบครัวริกเก็ตส์ กลุ่มนี้ถือว่าโดนต่อต้านจากแฟนบอลในเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ ,เหยียดสีผิว และเหยียดศาสนา และไม่เป็นที่ยอมรับของแฟนบอลเชลซีอย่างมาก แต่ก็ยังผ่านเข้ารอบมาในรอบสุดท้าย

ในส่วนของ นิค แคนดี้ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ที่ถูกตัดไม่ได้ผ่านเข้ารอบในรอบสุดท้ายนี้ ดูเหมือนยังไม่ลดละความพยายาม พวกเขาอาจจะเข้าร่วมทุนกับกลุ่มทุนที่ได้เทคโอเวอร์สโมสรเชลซีในภายหลัง

แต่บางสื่อก็มีการรายงานว่า  ยังมีกลุ่มทุน ที่ยื่นซื้อสโมสรเชลซี เข้ามาเช่นกัน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อดังกล่าว ซึ่งในประเด็นนี้คงจะต้องรอดูต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

About the Author

You may also like these