ลิโอเนล เมสซี่ เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1987 ที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา โดยครอบครัวของเมสซี่ ย้ายถิ่นฐานมาจากยุโรป เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า ครอบครัวของเขามีฐานะปานกลาง เขามีพ่อของเขาที่เป็นนักฟุตบอลสมัครเล่นเป็นแรงบันดาลใจ ว่ากันว่า เมสซี่เป็นเด็กที่มีความชื่นชอบวัตถุทรงกลมเป็นอย่างมาก เขาจะรู้สึกไม่พอใจทันทีที่ของทรงกลมของเขาได้หายไป ซึ่งสิ่งนี้มันอาจจะเป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมาให้เขาเกิดมาเพื่อ วัตถุทรงกลมอย่างฟุตบอลก็เป็นได้

เขาเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ในช่วงวัยเด็ก เมสซี่ ได้อยู่ในสโมสรฟุตบอลในบ้านเกิดของเขา ชื่อว่า กรานโดลี่ ในปี 1994 เมสซี่ ได้ย้ายไปอยู่ เวลล์ส โอลด์ บอยส์ ซึ่งเป็นสโมสรในลีกสูงสุดของอาร์เจนตินา เขาได้เรียนรู้ทักษะการเล่นฟุตบอล และพัฒนาฝีเท้าจนมีความเก่งกาจ เมสซี่ ได้เดินตามแนวทางของนักฟุตบอลด้วยการไต่ระดับจากทีมเยาวชนมาเรื่อยๆ จนได้ก้าวขึ้นมาติดอยู่ในทีมชุดใหญ่ของ  เวลล์ส โอลด์ บอยส์  ในปี 1998 ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้น และที่นี่เขาทำประตูได้เกือบ 500 ประตูเลยทีเดียว เส้นทางสายลูกหนังของเมสซี่ กำลังไปได้ดี เด็กชายที่มีเท้าซ้ายเป็นอาวุธที่น่ากลัว และเล่นบอลได้น่าตื่นตาตื่นใจราวกับ มาราโดน่า แต่แล้วก็เหมือนมีบททดสอบมาให้กับเขา เมื่อพบว่าเขาตัวเล็กกว่าเพื่อนวัยเดียวกันมาก ซึ่งเกิดจากการที่ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาการแบบนี้จะพบใน 1 คนต่อ 20 ล้านคน และการรักษาความผิดปกติของเขาก็จำเป็นจะต้องให้เงินจำนวนมาก และครอบครัวของเขาก็ไม่สามารถจะหาเงินจำนวนนี้ได้

แต่แล้ว ในปี 2001 ก็เหมือนมีแสงสว่างส่องมาที่ชีวิตของเขา เมื่อ การ์เลส เรซัค ผู้อำนวยการด้านการกีฬาของสโมสรบาร์เซโลนา ได้ยื่นข้อเสนอจะช่วยจ่ายค่ารักษาให้กับเมสซี่ เนื่องจากเขาได้เห็นฟอร์มการเล่นของเมสซี่ และรู้สึกประทับใจในพรสวรรค์การเล่นฟุตบอลของเขา แต่ก็มีเงื่อนไขโดยเมสซี่ จะต้องเดินทางไปอยู่ที่ประเทศสเปน และแน่นอนครอบครัวของเขาไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้ และตัดสินใจย้ายครอบครัวไปเริ่มต้นชีวิตที่สเปนทันที

หลังจากที่เขากลายเป็นนักเตะในสังกัดบาร์เซโลนาแล้ว เมสซี่ ก็ทุ่มเทให้กับสโมสรอย่างเต็มที่ ส่วนทางด้านบาร์เซโลนา ก็ทุ่มเทในการรักษาตัวเขา ซึ่งมันก็ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มที่จะแข็งแกร่งขึ้นมา เมสซี่ทำการฝึกฝนอย่างหนัก และทำให้พรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวของเขาฉายแววขึ้นมา ด้วยพรสวรรค์และฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขา เมสซี่ ก็ก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งในทีมเยาวชนของบาร์เซโลนาในที่สุด

 

ในช่วงที่ยุคสมัยของ โรนัลดินโญ่ กำลังจะหมดลง เมสซี่ ในวัย 17 ปี ก็ถูกผลักดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ ในปี 2004 และเขาใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็กลายเป็นนักฟุตบอลที่แฟนบอลชื่นชอบและหลงรัก และเพียงไม่นานเขาก็สามารถทำประตูแรกในทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จในเกมที่พบกับ อัลเบเซต้า และเขากลายมาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้กับบาร์เซโลนา

ในปี 2004 เมสซี่ ได้กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมชาติเยาวชนของอาร์เจนตินา ในรายการเยาวชนชิงแชมป์โลก เขาก็สามารถสร้างความตกตะลึง ด้วยการโชว์พรสวรรค์อันน่าทึ่งให้กับทุกคนได้เห็น และเขาก็มีส่วนสำคัญที่พาทีมอาร์เจนตินาคว้าแชมป์และเขายังได้รับรางวัลดาวซัลโว ด้วยการยิงประตูไป 6ประตู และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

หลังจากนั้น บาร์เซโลนา ก็ได้ทำการต่อสัญญากับเขาไปจนถึงปี 2010 โดยตั้งราคาค่าตัวในการย้ายทีมของเขาสูงถึง 150 ล้านยูโร

ในปี 2005 เมสซี่ ก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ของอาร์เจนตินาและลงสนามในเกมนัดแรกที่พบกับฮังการี แต่เป็นเกมที่เลวร้ายสำหรับเขาเนื่องจากเขาโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม และในปีเดียวกัน เมสซี่ ได้กลายเป็นนักเตะในทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลนา แบบเต็มตัว โดยใส่เสื้อหมายเลข 19 และสามารถพาทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และลาลีกา ได้สำเร็จ

ในปี 2008 เขาเป็นส่วนสำคัญในการพาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ 3 รายการ และเมสซี่ ยังระเบิดฟอร์มของตัวเองด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 38 ประตู แอสซิสต์ 18 ประตู จากการลงสนาม 51 นัด

ในฤดูกาล 2009-2010 บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และส่วนตัวของเขาได้รับรางวัลบัลลงดอร์ โดยเอาชนะ โรนัลโด้ไปได้ ต่อมาเขายังพาทีมคว้าแชมป์ คลับ เวิลด์ คัพ ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกอีกด้วย

ในฤดูกาล 2010-2011 เมสซี่พาทีมคว้าแชมป์ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ และเขาสามารถคว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้อีกสมัย และยังพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ในฤดูกาล 2011-2012 เมสซี่ คว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน จากการพาทีมคว้าแชมป์ สแปนิช ซุเปอร์ คัพ ,แชมป์คลับ เวิลด์ คัพ และแชมป์โคปา เดล เรย์ และเขายังได้เป็นดาวซัลโวในลาลีกา ในฤดูกาลนี้ด้วย

ในฤดูกาล 2012-2013 เขาก็ยังสามารถคว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 4 และเขากลายเป็นนักเตะคนแรกของประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้ถึง 4 ครั้ง และยังพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาอีกด้วย

ทั้งนี้ เมสซี่ รับหน้าที่กัปตันทีมให้กับบาร์เซโลนา ตั้งแต่ในปี 2018 และเขายังสามารถคว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้อีก 2 สมัย และในปี 2021 เมสซี ย้ายไปร่วมทีมปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ถึงแม้ว่าบาร์เซโลนาจะพยายามต่อสัญญาฉบับใหม่กับทางเมสซี่ แต่เนื่องจากทางสโมสรประสบปัญหาทางด้านโครงสร้างทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถรั้งเมสซี่เอาไว้ได้  เมสซี่ตกลงเซ็นสัญญากับ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ด้วยระยะเวลา 2 ปี โดยเมสซี่กลายเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยสูงสุดของทีมราว 35 ล้านยูโรต่อปี และเขาได้สวมเสื้อหมายเลข 30 และเขาก็สามารถทำผลงานอันโดดเด่นเช่นเคย และในฤดูกาลนี้ เขาก็ยังได้รับรางวัลบัลลงดอร์เป็นสมัยที่ 7